|
...หมดแรง...
ช่วงนี้รู้สึกว่ามีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นที่บ้านเราหลายอย่าง
ออมสินไม่สบายอีกแล้ว แม่จ๋าล่ะเครียดกับเรื่องป่วยของหนูมาก
ออมป่วยบ่อย ติดๆกันหลายครั้ง ทั้งที่ลูกดูเป็นคนแข็งแรง ร่าเริง
ไม่น่าจะเป็นคนขี้โรค ทำให้ออมต้องขาดเรียนบ่อย
จนบางครั้งแม่จ๋าหวั่นๆว่ากลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อน
แต่ปู่ปู๊บอกว่าก็คงไม่น่าจะมีอะไรมากเพราะยังอยู่ในวัยอนุบาล
-------------
......

ช่วงนี้งานที่บริษัทก็กำลังวุ่นวาย พนักงานคนนึงชิงหนีออกไปโดยไม่บอก ไม่กล่าว
ทำให้แม่จ๋าต้องมานั่งดูแลงานส่วนนี้แทน
แม่จ๋าก็ไม่ค่อยจะถูกโฉลกกะตัวเลขซะด้วย ทำให้ปวดหัวกันไปใหญ่
ทั้งงาน ทั้งลูก ทำให้แม่รู้สึกว่าแม่จ๋าอยากมีเวลาพักสมองบ้าง


น้ำลาลไหลซ๊า.....หมดหล่อเลยอ่ะ
++++
หลายวันมานี้ อาการไมเกรนของแม่กำเริบอีกแล้ว
ทั้งๆที่ไม่รู้สึกปวดหัวแบบนี้มานาน (หลายเดือน นานใหมเนี่ย !!)
อาจเป็นเพราะว่าแม่จ๋าเครียด (คุณหมอบอกมา)
แล้วแม่จ๋าก็ใช้มือถือทั้งวัน ยิ่งคุยก็ยิ่งปวดหัวมากขึ้นทุกที
ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งลงตัว ระหว่างออมสินหายป่วย หรืองานเข้าระบบ
แม่จ๋าคงจะอาการดีขึ้น ทั้งไมเกรน และความเครียด
คงหายไป เฮ๊ย !!! เหนื่อยจัง
................

ช่วงศุกร์ - อาทิตย์ (11-13 ม.ค 51)
อันที่จริงแม่จ๋ามีนัดและมีงานที่จะต้องไปต่างหวัด (โคราช)
แต่เมื่อออมสินไม่สบายมาก และงานก็ยังมีให้เคลียร์อีกเพียบ
แม่จ่าก็ต้อง cancle ทุกอย่างเพื่อ ดูอาการของออม
แม่ไม่กล้าที่จะทิ้งออมไว้กับย่า ยาย หรือใครๆ ในตอนที่ออมป่วย
ใช่ว่าเค้าดูแลลูกไม่ดีแต่เพราะไม่มีใครรู้ใจออมเท่าแม่อีกแล้ว
ไม่มีใครรับมือกับออมได้ เวลาที่ออมงอแง
แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เหตุผลหลักที่แม่จ๋าไม่อยากทิ้งออมไป
ความเป็นแม่ที่รักและห่วงใยลูกต่างหาก
ที่ทำให้แม่ไม่สามารถมองสิ่งอื่นสำคัญกว่าลูกของแม่ได้...
+++++
แม่จ๋าเคยแอบคิดเล่นๆ...............
บ่อยครั้งที่คุยกะอาจูน (คุมแม่ไททั่น)
อาจูนมักจะเล่าให้ฟังว่า..........
หลายครั้งที่ไททั่นไปอยู่สุโขทัยกะตากะยาย
อาจูนก็จะเป็นโรคจิตตก ซึมเศร้า เพราะคิดถึงลูก(ป่าวว่ะจูน)
ใจนึงก็ไม่อยากให้ไป แต่อีกใจก็สงสารตากะยายที่คิดถึงหลาน
แม่จ๋ามักจะยุอาจูนว่า" แหม...ดีจะตาย จะได้เป็นโสด..."
เว้นวรรคการเลี้ยงสักระยะนึง มาลั๊ลลากันตามประสาปั๋วเมีย
สนุกจนลืมลูก............(ฟ้องด้วยภาพนะเฟ้ยยย)

แต่มาย้อนดูตัวเองแล้ว แม่จ๋าคงไม่เก่งเท่าอาจูน
ไม่ใจแข็งพอ ที่จะยอมห่างจากออมไปได้
แค่ห่างกันวันเดียวแม่รู้สึกว่ามันเหมือนขาดอะไรไปอย่างนึง
ถึงแม้เวลาอยู่ด้วยกันเราสองคนจะไม่ได้หวานแหว๋วใส่กัน
ไม่หนำซ้ำแถมยังทะเลาะกันบ้านแทบแตกก็มี....
จนบางครั้งปู่ปู๊ชอบเหน็บ
" แหม...ห่างลูกล่ะทำเป็นคิดถึง ทีพอกลับมาเจอไม่ยักกะสนใจ "
ต้องทำเสียงดัด---เล็กน้อย ปากร้ายจริงๆปั๋วช๊านนน


เบิร์ดเดย์ออมสิน สองขวบค้าบบบ
ปู่ปู๊คงไม่เข้าใจความรักระหว่างแม่จ๋ากะลูกหรอก เพราะปู่ปู๊เป็นพ่อ
ไม่ใช่ว่าปู่ปู๊ไม่รักลูกน๊า...อย่าเพิ่งน้อยใจที่แม่จ๋าพูด
แต่ความเป็นแม่ที่ตั้งท้องลูกมาตั้งเก้าเดือน
ถึงแม้แม่จ๋าจะไม่ได้รับรู้ความรู้สึกเจ็บปวด
เหมือนแม่ๆคนอื่นที่เค้าเจ็บท้องตอนจะคลอดลูกกัน
แต่แม่จ๋ามั่นใจได้ว่าความรู้สึกรักลูกในครั้งแรกที่ได้เห็นหน้านั้น
แม่จ๋ารู้สึกไม่ต่างจากแม่คนอื่นๆเลย

ออมสินลืมตาโลกได้ สามวันเองค้าบบบ จ่ำม้ำมั้ยหล่ะ(สองรูปบนนะฮะ)
เราเจอหน้ากันตอนเก้าโมงสี่สิบห้านาที ของวันที่ สิบสอง เมษยน สี่เจ็ด
ออมสินตัวใหญ่มากเกือบสี่กิโล ทำให้แม่จ๋าต้องผ่าคลอดหนูออกมา
ก่อนหน้าที่จะคลอด เรา(แม่กะปู่ปู๊)ไปเข้าคอร์ตเตรียมการคลอด
เพราะทาง ร.พ เค้าอนุญาติให้เอาคุณพ่อเข้าไปเป็นกำลังใจในห้องคลอดได้
เราไปฝึกกันอยู่หลายเดือน ฝึกการหายใจ การเบ่ง การผ่อนคลายเวลาปวด ฯลฯ
เราตื่นเต้นกันสุดๆ เพราะเตรียมนับวันนับคืน ที่จะเห็นหน้าเจ้าลูกชาย
ปู่ปู๊เตรียมทั้งกล้อง ทั้งวีดีโอ เพื่อไปถ่ายออมสิน ในวันแรกที่จะเจอหน้ากัน
แต่ก็ฝันสลายเพราะป้าหมออัลตาซาว ประมาณคร่าวๆว่าออมสินน่าจะหนัก สี่โลหก
บอกออมสินตัวใหญ่มากเกินไป ไม่อยากให้คลอดเอง
กลัวจะเจ็บท้องฟรี เพราะถ้าคลอดไม่ได้ก็ต้องผ่าออกอยู่ดี
เราก็เลยเซ็งไปเลยงานนี้............

จวบจนวันนี้ออมสินลืมตาดูโลกมาได้ สามขวบ เก้าเดือน พอดิบพอดี
เรารู้ใจกันมากขึ้นทุกวัน แม่จ๋า "รู้ทัน"ออมสินเกือบทุกอย่าง
ต้องใช้คำว่า"รู้ทัน"เพราะเดี๋ยวนี้ออมสินมีวิธีการแปลกๆเพื่อจะหา
เรื่องมางอแงและต่อรองกับแม่เพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง
แต่เจอแม่สกัดดาวรุ่งได้เกือบทุกครั้ง ฮ่า ฮ่า ต้องมีเทคกะนิคกันหน่อย
มีคนยอมและเอาใจเยอะแล้ว ไม่ปราบซะมั่งก็จะลำบาก
ยิ่งช่วงนี้ยายมาเยิ่ยมออม ก็ยิ่งโอ๋ ก็ยิ่งตามใจ

ขนาดเมื่อวานนี้ (10 ม.ค 51 )
ยายขอให้ออมเอารีโมททีวีมาให้ แต่เจ้าหลานชายกลับโยนซ๊า...
โดนหัวยายดังโป๊ก !! ...... ยายกลับเฉยไม่ว่าสักคำ
ถ้าแม่ไม่โวยใส่และบังคับให้ขอโทษยาย ยายก็คงไม่ว่าอะไรหลานชายสุดที่รัก
แม่ใหญ่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนแม่เด็กๆยายมักจะจู่จี่ ขี้บ่นเหมือนแม่จ๋าในตอนนี้
หัวโบราณ เลี้ยงลูกต้องมีระเบียบ ต้องอยู่ในโอวาส
ถึงแม้ครอบครัวเราจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ค้าขาย
แต่ยายก็มีวิธีการเลี้ยงลูกที่เฉียบคม
แต่พอมาถึงรุ่นหลานอย่างออม ก็มีแต่ยอมและยอมทุกอย่าง
อาจเป็นเพราะยายเลี้ยงออมมาตั้งแรกคลอดจึงผูกพันเป็นพิเศษ
อะไรที่ทำให้หลานชายมีความสุขยายยินดีทุกอย่าง..........
เฮ๊ย !!! ...........................
ได้เขียนความรู้สึกของแม่ ณ ตอนนี้ ไว้ให้ออมได้อ่านตอนโต
ออมคงเข้าใจความรู้สึกของแม่มากขึ้น ว่าแม่รักและห่วงออมมากขนาดไหน

................
"การมีลูกคนนึงไม่ใช่เรื่องยาก
แต่การเลี้ยงลูกคนนึงให้เค้าเติบโต
และอยู่ในสังคมนี้อย่างปลอดภัยและมีความสุขมันยากแสนยาก"
++++++++
แม่จ๋ากะปู่ปู๊คงขาดใจ ถ้าวันใดวันนึง ไม่มีออมสินอยู่กับเรา
เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แม่ขอเป็นคนแรกที่ต้องจากไป
ดีกว่าที่จะอยู่อย่างชีวิตนี้ไม่มีความหมาย เพราะคนที่เรารักที่สุดไม่มีตัวตนในโลกนี้

ขอให้เวลาผ่านไปนานแสนนาน
ให้เราสามคนมีกันและกันอย่างนี้ตลอดไป....
ป.ล. ( แก้ไขรูปแหล๊ะ)
ไททั่นดูนะลูกว่าเวลาหนูไม่อยู่สองหนุ่มสาวเค้าลั๊ลลาขนาดไหน
นี่ขนาดบ่นคิดถึงๆๆ ลูก แต่พอมีโอกาสก็ชะแว๊ปๆๆไปแดนซ์กันซ๊า....
ได้ข่าวว่าแดนซ์กันกระจายเลยไม่ใช่เหรอ...........อิจฉา อิจฉา
ดริ๊ง แดร๊ง ดร๊าง กันน่าดู ..................................
ไททั่น เดี๋ยวป้าจันจะเก็บรูปนี้ไว้ให้หนูตอนโตนะลูก
เอาไว้ขู่คุมพ่อ-คุมแม่ เวลาขอไปเที่ยวแล้วไม่อนุญาติ ฮ่า ฮ่า
Posted on Mon 14 Jan 2008 20:17 |
|